ทุกสารละลายที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายจะมีค่า พีเอช (pH) ค่า pH ซึ่งเป็นหน่วยวัดปริมาณอะตอมไฮโดรเจน (H) ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นกรดหรือด่างของสาร และสามารถใช้วัดได้เฉพาะสารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถวัดค่า pH ของน้ำมันได้ ค่า pH มีช่วงตั้งแต่ 0 ถึง 14 โดยค่ากลางคือ 7 สารที่เป็นกรดจะมีไอออนไฮโดรเจน (H⁺) มากกว่า ในขณะที่สารที่เป็นด่างจะมีไอออนไฮดรอกไซด์ (OH⁻) มากกว่า
ทุกค่า pH ระหว่าง 0 ถึง 7 ถือเป็นค่ากรด ยิ่งมีไอออน H มากกว่า OH ยิ่งมีความเป็นกรดมากขึ้น ตัวอย่าง: น้ำมะนาว หรือทรีตเมนต์
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีความเป็นกรดจะช่วยปรับสภาพ pH ให้เหมาะสมหลังจากการใช้สารที่มีความเป็นด่าง เช่น สีผมถาวร น้ำยาฟอกสีผม น้ำยาดัด หรือน้ำยายืดผม
ทุกค่า pH ระหว่าง 7 ถึง 14 ถือเป็นค่าด่าง ยิ่งมีไอออน H น้อยกว่า OH ยิ่งมีความเป็นด่างมากขึ้น ตัวอย่าง: น้ำยาทำความสะอาดเตาอบ หรือน้ำยาฟอกขาว
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีความเป็นด่างจะช่วยเปลี่ยนแปลงหรือปรับโครงสร้างของเส้นผมทั้งภายในและภายนอก ความเป็นด่างจะทำให้ชั้นเกล็ดผม (Cuticle) พองตัว ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถซึมเข้าไปในแกนผม (Cortex) ได้ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นด่างสูงเกินไป อาจทำให้ชั้นเกล้ดผมหลุดร่อนออกได้
ค่า pH ที่เป็นกลางคือ 7 น้ำบริสุทธิ์จะมีไอออน H และ OH ในปริมาณที่เท่ากัน ค่า pH ของเส้นผมและผิวหนังอยู่ในช่วง 4.5 ถึง 5.5 ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลางต่อเส้นผมและผิวหนังควรมีค่า pH ที่สอดคล้องกับความเป็นกรดในช่วงนี้
ค่า pH บอกเฉพาะความเข้มข้นของไอออน H และ OH ที่เป็นอิสระในสารละลายน้ำเท่านั้น ค่า pH ไม่ได้บอกถึงปริมาณ “ไอออนสำรอง” (Reserve Ions) ของ H และ OH อยู่เท่าใด และการเจือจางด้วยน้ำจะไม่ทำให้ค่า pH เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ค่า pH ของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ค่า pH เป็นวิธีที่สะดวกในการแสดงความเข้มข้นของไอออนไฮโดรเจนด้วยการอ้างอิงจากค่าลอการิทึม (Logarithmic Power) ของตัวมันเอง
ค่า pH ไม่ได้บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณสมบัติอ่อนโยนหรือรุนแรงเพียงใด และไม่ได้แสดงถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย เพราะส่วนประกอบทางเคมีอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์จะถือว่ามีความสำคัญกว่าค่า pH ซึ่งเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และความอ่อนโยนหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่า pH ว่าต่ำหรือสูง
การเติมน้ำลงในกรดหรือด่างจะทำให้ไอออน H และ OH เจือจางในระดับเดียวกัน ทำให้ค่า pH ยังคงเหมือนเดิม การเจือจางผลิตภัณฑ์เคมีด้วยน้ำ เช่น สีย้อมผม จะไม่เปลี่ยนค่า pH แต่จะลดความเข้มข้นของสีย้อมลง
ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่า pH ว่ามีระดับใด หรือจะผสมอย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญคือผลลัพธ์ที่มอบให้กับเส้นผม ผลิตภัณฑ์ของ Goldwell ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พร้อมกับการดูแลเส้นผมที่เหนือระดับ
ผลิตภัณฑ์ย้อมผมถาวรส่วนใหญ่มักต้องใช้น้ำยาที่มีความเป็นด่าง เพื่อผลักเม็ดสีเข้าสู่แกนผม
น้ำยาที่มีความเป็นด่างจะช่วยให้เกล็ดผมพองตัว และเปิดโอกาสให้โมเลกุลสีสามารถแทรกเข้าสู่ชั้นในของเส้นผม ดังนั้นสารที่มีความเป็นด่างอย่างแอมโมเนียจึงมักพบในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมส่วนใหญ่
โลชั่นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) มีความเป็นกรดเสมอเพื่อรักษาเสถียรภาพและป้องกันการเกิดออกซิเดชันที่ไม่ต้องการ โดยมีค่า pH ต่ำกว่า 4 และทำหน้าที่เป็นตัวออกซิไดซ์ในสีย้อมถาวร ความเป็นด่างของสีย้อมผมจะทำให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ไม่เสถียร ปลดปล่อยออกซิเจนและกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันที่จำเป็นต่อการย้อมสี
ผงฟอกสีผม (Bleach) มีค่า pH ประมาณ 8.5 ถึง 10.5 เมื่อนำไปผสมกับเปอร์ออกไซด์ สารละลายยังคงมีความเป็นด่างเพียงพอที่จะดึงสีธรรมชาติและสีสังเคราะห์ออกจากเส้นผม
เนื่องจากความเป็นด่างเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมบางชนิด จึงมีความสำคัญที่จะต้องปรับสมดุล pH ของเส้นผมให้กลับมาอยู่ในระดับ 4.5 ถึง 5.5 การใช้แชมพูหรือทรีตเมนต์ที่มีความเป็นกรดหลังการทำบริการด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีด่างจะช่วยลดการพองตัวของแกนผม และทำให้เกล็ดผมเรียบเนียนและกระชับ
.(เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเคมีพื้นฐาน ที่น.